ย้อนกลับไปเมื่อราว 1 เดือนก่อน สาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล ทั่วโลกน่าจะตกอยู่ในอารมณ์เหมือนคนอกหักด้วยกันเพราะเห็นเป้าหมายหลักที่ทีมรักตามจีบมานานอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ เชลซี ไปแบบสุดเซอร์ไพร์ส

เยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ที่ต้องยอมตัดใจจาก แวร์เนอร์ แล้วปล่อยให้คู่แข่งร่วมลีกคว้าชิ้นปลามันไปครองด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์ ก็เพราะไม่ต้องการเสี่ยงลงทุนซื้อนักเตะด้วยเม็ดเงินมหาศาลท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจจากไวรัสโคโรนา เพราะนอกจากค่าตัวยังมีเรื่องค่าเหนื่อยสูงลิบเข้ามาประกอบอีกหนึ่งปัจจัย

แน่นอนว่าทางฝั่งของ แวร์เนอร์ เองก็น่าจะมีส่วนสำคัญต่อการล้มดีลกับ ลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน เพราะสื่อหลายสำนักต่างเชื่อว่าที่เขาเลือกฝากอนาคตไว้ที่ เชลซี ก็เพราะมองถึงโอกาสการลงสนามเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างที่เด็กหงส์บางส่วนพูดกัน

“ไม่มีนักเตะระดับท็อปคนไหนอยากนั่งสำรอง”

ถึงแม้จะไม่มีอะไรมายืนยันว่าประโยคข้างต้นถูกต้อง 100% หรือไม่ แต่มันคือเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะในเมื่อคุณมีฝีเท้าสูงมากพอจะเป็นตัวหลักให้กับทุกสโมสรทั่วโลก ฉะนั้นหากคิดย้ายทีมแล้วล่ะก็ ชีวิตต้องดีกว่าเดิม ไม่ใช่ถูกลดคุณค่าลง

แวร์เนอร์ เองก็คงมองเห็นเหมือนกับคอลูกหนังส่วนใหญ่ว่าในทีม ลิเวอร์พูล มีแนวรุกระดับโลกอย่าง ซาลาห์, มาเน, เฟอร์มิโน คอยประจำการอยู่แล้ว แถมสามคนนี้ยังเจ็บยากและฟิตปั๋งกันเกือบตลอดเวลาอีกด้วย

คำถามคือ “ถ้าเขาเลือกย้ายมาอยู่ แอนฟิลด์ แล้วจะมีโอกาสเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้มากขนาดไหน ?”

ในเมื่อคำตอบชัดเจนอยู่ในสายลมขนาดนี้แล้ว แถม เชลซี ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษที่ยากจะปฏิเสธให้ จึงไม่แปลกอะไรที่ แวร์เนอร์ จะยอมฝากอนาคตด้วย

ทุกคนยังมองว่า หงส์ ได้แชมป์เพราะปาฏิหาริย์

ถึงแม้ ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ เยอร์เกน คล็อปป์ จะยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่เขาเข้ามาเป็นผู้จัดการทีม จนกระทั่งประสบความสำเร็จคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ยูฟา ซูเปอร์คัพ, แชมป์สโมสรโลก และล่าสุดคือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตลอด 2 ปีหลังสุด

แต่เชื่อเถอะว่าคอบอลเกือบทุกคนรวมถึง เดอะ ค็อป บางส่วนคงยังสงสัยอยู่ลึก ๆ ว่าทัพหงส์แดงชุดนี้จะรักษาความยิ่งใหญ่เอาไว้ได้นานแค่ไหนกันเชียว ? ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความรู้สึกกังขานั้นจะถูกส่งต่อไปยังเหล่านักเตะคนอื่น ๆ ทั่วโลก

บางที แวร์เนอร์ ที่เติบโตมากับยุคสมัยอันรุ่งเรืองสุดขีดของ เชลซี อาจมองว่าทีมของ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช น่าจะมีโอกาสกลับไปประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงได้อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ด้วยเช่นกัน

ต้องคว้าแชมป์ต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อสถานการณ์ค่อนข้างชัดเจนแบบนี้ นักเตะลิเวอร์พูล, ทีมงาน ไปจนถึงแฟน ๆ ทั่วทั้งโลก ก็ไม่ควรเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาคิดมากเรื่องการเสริมทัพ ฉะนั้นทางแก้เดียวก็คือจงพยายามต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยการคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองต่อเนื่องทุกปี

อย่าลืมว่ามันคือสิ่งที่ทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี เคยทำมาก่อนในอดีต และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสองสโมสรนี้ถึงมีผู้เล่นระดับโลกตบเท้าเข้าไปฝากอนาคตด้วยอยู่เรื่อย ๆ แบบไม่เคยขาด ทั้ง ๆ ที่ห่างจากความสำเร็จอย่างจริงจังกันมาพักหนึ่งแล้ว

และสมมติว่าถ้า คล็อปป์ สามารถนำทัพหงส์แดงคว้าแชมป์รายการใหญ่ ๆ มาได้ต่อเนื่องไปอีก 4 ปีจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อเถอะว่านักเตะระดับโลกทุกคนจะอยากฝากอนาคตเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์แห่งนี้แน่ ๆ แถมยังเป็นการวางรากฐานอันมั่นคงให้กับสโมสรไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

เชื่อมั่นในตัว เยอร์เกน คล็อปป์

ชัยชนะและความสำเร็จอันหอมหวานตลอด 2 ปีที่ ลิเวอร์พูล ทำไว้อย่างยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ ณ เวลานี้สาวกหงส์แดงส่วนหนึ่งติดนิสัยกลัวความผิดหวังกันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสังเกตเห็นได้ว่าพอทีมเสมอหรือแพ้ ปิดดีลนักเตะที่ต้องการไม่ได้ ก็มักจะออกมาประสานเสียงด่าทีมรักกันจ้าละหวั่น

แต่สิ่งที่อยากฝากไปถึงพวกเราทุกคนในฐานะ “เด็กหงส์” ด้วยกันก็คือ “จงเชื่อมั่นในตัว เยอร์เกน คล็อปป์” เพราะนี่คือผู้จัดการทีมที่นำแชมป์พรีเมียร์ลีกมาสู่สโมสรได้สำเร็จหลังรอคอยนานถึง 30 ปี

ฉะนั้นไม่ว่า “กุนซือเฮฟวีเมทัล” จะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับการสร้างทีมต่อไปอีก 4 ปีนับจากนี้ ขอให้เชื่อมั่นและรอคอยอย่างอดทน เพราะสุดท้ายผลลัพธ์ก็คือความสุของพวกเรามวลมหาประชาชนชาว เดอะ ค็อป แน่นอน

อย่าลืมว่าทีมเราคว้าแชมป์ลีกได้โดยไม่ซื้อเพิ่ม

อย่าลืมว่าฤดูกาล 2019-20 ที่เพิ่งจบลงไปหมาด ๆ นั้น ลิเวอร์พูล ไม่ได้ซื้อตัวผู้เล่นตัวหลักเสริมทัพอย่างจริงจังเลย จะมีก็ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ดึงมาตอนเดือนมกราคมด้วยค่าตัวราว 8 ล้านปอนด์กับเซ็นฟรี อาเดรียน เท่านั้น

และไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร เราได้เห็น คล็อปป์ ซื้อผู้เล่นเก่ง ๆ เข้ามาเพิ่มในช่วงซัมเมอร์นี้ชัวร์ ซึ่งหมายความว่าทีมจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกอย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นเราจะไปกังวลให้ตื่นตูมกันเพื่ออะไร ?

แต่เดี๋ยวก่อน !

ด้วยความที่ ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรใหญ่ ย่อมมีโปรเจ็คเพื่อต่อยอดความสำเร็จในอนาคตรออยู่มากมาย ฉะนั้น ติโม แวร์เนอร์ จึงไม่ใช่เป้าหมายเดียวของ คล็อปป์ ในซัมเมอร์นี้

ส่วนพวกตัวท็อปที่ทีมเราสนใจอยู่นั้นจะมีใครบ้าง ? เก่งขนาดไหน ? ชื่อเสียงโด่งดังมากเท่าไหร่ ? อันนี้ก็คงต้องไปลุ้นกันอีกทีจากข่าวที่อัพเดตกันทุกวี่วัน

แต่เมื่อมองจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ก็ต้องขอเตือนสาวกหงส์แดงเอาไว้ก่อนเลยว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่ใช่นักเตะระดับโลกคนสุดท้ายที่จะปฏิเสธการย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แน่นอน ! ผ่าม !!