แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ เจิดจรัสส่องแสงสีทองใต้ปีก

ข่าวฟุตบอลวันนี้  :   แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กลายเป็นนักเตะที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในเกมที่ปะทะกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยังตะบันประตูชัยสุดสวยนำ “สาลิกาดง” คว้า 3 คะแนนสำคัญในแมตช์นี้ บอลสด

ในช่วงต้นซัมเมอร์นี้ เจ้าหนูผมแดงวัย 19 ปี เริ่มฉายแสงความเป็นสตาร์ดังวงการลูกหนัง เมื่อได้รับโอกาสร่วมทัพ “เดอะ แม็กพายส์” ออกทัวร์ปรีซีซั่นเป็นครั้งแรก โดยนี่เปรียบเสมือนการเติมเต็มความฝันที่จะได้เล่นฟุตบอลร่วมกับ ฌอน พี่ชายที่แจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรไปก่อนหน้านี้

การเดินทางออกทัวร์ร่วมกับ นิวคาสเซิ่ล เพื่อทำศึกพรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี่ เขามีโอกาสได้เล่นกับทีมในแมตช์ชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น ลองสตาฟฟ์คนน้อง เคยเริ่มต้นปรีซีซั่นไม่ค่อยโสภามากนักเมื่อทีมแพ้ เปรสตัน

นับตั้งแต่เกมอุ่นเครื่อง ลองสตาฟฟ์ กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม และนั่นทำให้เขากับพี่ชายได้มีโอกาสเดินตามรอย โชล่า กับ แซมมี่ อเมโอบี้ ที่เป็นสองศรีพี่น้องได้ลงสนามทีมชุดใหญ่ให้กับ “ทูน อาร์มี่”

 

แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ เจิดจรัสส่องแสงสีทองใต้ปีก "สาลิกา"

 

มิดฟิลด์สไตล์ บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์
ฌอน และ แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ เป็นนักเตะที่มีสไตล์แตกต่างกัน โดยตัวพี่ชายมักจะถูกเปรียบเทียบกับ ไมเคิ่ล คาร์ริค ตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนที่เขาแจ้งเกิดกับต้นสังกัดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เพราะทั้งท่าทาง และสไตล์การผ่านบอลละม้ายคล้ายกันมากๆ ที่สำคัญเขายังมักจะเล่นในบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ หรือ กองกลางตัวรับ นั่นเอง

ขณะที่ แม็ตตี้ มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกับ ฌอน อย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาตัวเล็กกว่าเยอะ อย่างไรก็ตามเขายังเป็นมิดฟิลด์ในสไตล์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ และยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเฉกเช่นนักกีฬาซึ่งนั่นคือสิ่งที่โค้ชทุกคนในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ประทับใจ

นอกจากนี้ แม็ตตี้ ยังเป็นผู้เล่นที่มีความหลากหลาย โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยเล่นตำแหน่งแบ็กขวา และผู้เล่นหมายเลข 10 หรือ “เพลย์เมกเกอร์” มาแล้ว อย่างไรก็ตามตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ลองสตาฟฟ์คนน้องก็คือ มิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งทำให้เขาสามารถขึ้นไปเติมเกมได้มากกว่า ฌอน

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่สองพี่น้องมีเหมือนกันก็คือพวกเขาไม่เคยถูกเลือกติดทีมชาติอังกฤษ ในระดับเยาวชนเลย แน่นอนว่าตอนนี้ทั้ง แม็ตตี้ และ ฌอน คงจะได้รับการจับตามองจากทีมแมวมองของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีม “สิงโตคำราม” หลังจากพัฒนาฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้

 

แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ เจิดจรัสส่องแสงสีทองใต้ปีก "สาลิกา"

 

มุ่งมั่นทะเยอะทะยาน
ลองสตาฟฟ์ผู้น้อง ซึ่งมีคุณพ่อเคยเป็นนักไอซ์-ฮ็อกกี้ให้กับทีมสหราชอาณาจักร พยายามที่จะศึกษาการเล่นฟุตบอลให้มากที่สุด เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง และสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะนั่นกลายเป็นจุดสำคัญที่นำมาสู่ฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในเวลานี้

“ผมพยายามซึมซับทุกอย่างเหมือนกับฟองน้ำเปียก ผมต้องพยายาม และทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ดียิ่งขึ้น โดยหวังว่าจะได้เข้ามาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร แฟนบอลน่าเหลือเชื่อเสมอ การเติบโตขึ้นซึ่งผมเป็นหนึ่งในพวกเขาและประทับใจมากๆ”

“ผมไม่รู้จะขอบคุณผู้จัดการทีมยังไงดีกับการที่เขาให้โอกาสผม ทุกๆ โอกาสที่ผมได้รับผมจะพยายามฉกฉวยเอาไว้ ขณะที่ผมอยากสนุก และพยายามที่จะเรียนรู้จากนักฟุตบอลอาชีพทุกคนเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ในฐานะเด็กท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมาที่นี่ คุณย่อมฝันอยากเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เสมอ แฟนบอลน่าอัศจรรย์ ผมเป็นหนึ่งในพวกเขา และผมก็รักพวกเขามากๆ ”

 

แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ เจิดจรัสส่องแสงสีทองใต้ปีก "สาลิกา"

ฝันเป็นจริงเล่นร่วมกับพี่ชาย
สำหรับ แม็ตตี้ แล้วสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดนอกจากการค้าแข้งให้กับ “สาลิกาดง” ทีมรักแล้ว ยังรวมถึงการได้เล่นร่วมกับ ฌอน ในทีมเดียวกัน และฝันนั้นเป็นจริงเมื่อเจ้าตัวได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง ในเกมใหญ่พบ แมนฯ ยูไนเต็ด และเล่นได้อย่างสุดยอดทั้งคู่

    “ผมได้ทราบว่าผมได้อยู่ในทีมหลังจากที่ฝึกซ้อมเสร็จเมื่อวันเสาร์ ผมฝันเกี่ยวกับเกมนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง การได้เล่นร่วมกับ ฌอน เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ เราเคยเล่นฟุตบอลด้วยกันที่สวนสาธารณะและตอนนี้เราได้เล่นให้กับทีมเดียวกันกับสโมสรบ้านเกิด แถมยังชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมชั้นยอด นี่มันน่าอัศจรรย์ที่สุด”

    แม็ตตี้ อายุเพียง 19 ปีกับ 199 วัน ตอนที่ยิงประตูสุดสวยดับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เขากายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในเกมเปิดตัวลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้กับ นิวคาสเซิ่ล “ช่วงเวลานั้น เราพี่น้องกอดกันและกัน วิ่งไปรอบๆ สนาม และส่งยิ้มให้กับครอบครัวที่อยู่บนอัฒจันทร์ นี่คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

นับจากนี้ไปเบื้องหน้า แม็ตตี้ คงจะได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงให้กับ นิวคาสเซิ่ล มากยิ่งขึ้น และนั่นคือโอกาสทองที่จะทำให้เขาพัฒนาตัวเอง รวมไปถึงการที่จะสร้างผลงานชั้นยอดเพื่อช่วย “สาลิกาดง” อยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด และอาจจะนำไปสู่ย้ายไปเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ในอนาคต

อีกหนึ่งช่องทางในการ ดูบอลสด
ติดตามข่าวสาร รับลิงก์ดูบอล
เพิ่มเพื่อน

 

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่